ผมมีคำถามหนึ่งที่อยากให้คุณตอบแบบซื่อสัตย์กับตัวเอง
.
คุณจำปี 2015 ได้ไหมครับ? หรือปี 2022 ก็ได้ หรือล่าสุดเลยก็ได้…ปีที่แล้ว 2025
.
นึกออกไหมว่าปีนั้นมีเหตุการณ์อะไรที่เปลี่ยนชีวิตคุณบ้าง?

มีคนถามผมแบบติดตลกว่าผมนอนตอนไหน?
.
เพราะปีที่แล้วนอกจากทำงานประจำแล้วผมแปลหนังสือไปอีกสามเล่ม อ่านหนังสือมากกว่าสัปดาห์ละเล่ม ทำพอดแคสต์ ถ่ายรายการ เป็นวิทยากรหลายเวที เขียนบทความลง Blog ตัวเองไม่เคยขาด วิ่งออกกำลังกายแทบทุกวัน เดินทางท่องเที่ยว ใช้เวลากับครอบครัวอย่างสม่ำเสมอ
.
คำตอบทางเทคนิคคือการบริหารเวลาและการตัดสิ่งรบกวน (ซึ่งขอไม่ลงรายละเอียดตรงนี้ละกันครับเพราะมันเยอะอยู่)
.
แต่เหตุผลเบื้องหลังคือ…ผมชอบท้าทายตัวเอง หาสิ่งที่ออกนอก Comfort Zone ของตัวเองไปอีกหน่อยแล้วลองทำมันดูอย่างตั้งใจ เป็นความลำบากที่ถูกดึงเข้ามาในชีวิตอย่างตั้งใจ
.
ปี 2025 ผมตอบได้เลยว่าเป็นปีที่ผมแปลหนังสือไป 3 เล่ม เขียนจบหนึ่งเล่ม ในขณะที่ทำงานประจำด้วย ส่วนปี 2024 คือปีที่ผมสามารถทำ Challenge วิ่งติดต่อกัน 30 วันได้จบเป็นครั้งแรก ปี 2023 คือปีที่ผมขึ้นพูด TED Talk ปี 2022 คือปีที่ต้องตัดสินใจปิดบริษัทเพื่อกับมาดูแลตัวเอง ปี 2021 คือปีที่วิ่งขอทุนเพื่อให้บริษัทอยู่รอดช่วง Covid … (คือผมสามารถไล่ไปเรื่อยๆ ได้ เพราะแต่ละปีคือจะมีเรื่องที่เป็นไฮไลต์ท้าทายชีวิตแบบนี้ตลอด)
.
แต่ก็มีหลายคนที่พอนั่งทบทวนช่วงเวลาที่ผ่านมา มักพบความจริงที่น่าใจหายประการหนึ่ง คือความทรงจำของเรามักพร่าเลือน ข่าวสารบ้านเมืองที่เคยตื่นเต้นในวันนั้นกลายเป็นเพียงฉากหลังที่ซีดจาง ความกังวลที่เคยทำให้นอนไม่หลับ หรือความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ที่เราเคยดีใจ กลับถูกกลืนหายไปในกระแสธารของเวลา ปีแล้วปีเล่าผ่านไปคล้ายกันจนแยกไม่ออก
.
ทุกอย่างถูกหลอมรวมเป็นก้อนความทรงจำที่ ‘เคยเกิดขึ้น’ ครั้งหนึ่งเมื่อเวลาใดเวลาหนึ่งในอดีต
.
ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยความสะดวกสบาย เราถูกสอนให้เลือกทางที่ง่ายที่สุดเสมอ ทางลัด ทางด่วน ทางที่เสียเหงื่อน้อยที่สุด แต่ชีวิตที่แม้จะสะดวกสบายขึ้น กลับทำให้เรารู้สึกว่างเปล่ากว่าเดิม
.
ไรอัน ฮอลิเดย์ (Ryan Holiday) นักเขียนและนักปรัชญาสโตอิกยุคใหม่ ผู้เขียนหนังสือชื่อดังอย่าง Courage is Calling ได้เขียนบทความบน Medium ที่กระตุกให้ผมตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างมาก เพราะไม่ว่าเราจะตั้งใจใช้ชีวิตให้ดีแค่ไหน แต่บ่อยครั้งวันเวลาก็ผ่านไปแบบ autopilot ตื่นลืมตาทำงานแล้วเข้านอนแล้วก็วนไปอีกครั้งเรื่อยๆ
.
แต่ชีวิตไม่ควรเป็นแบบนั้น นั่นไม่ใช่การใช้ชีวิตเลยด้วยซ้ำ
.
ในบทความนั้น ฮอลิเดย์ยกแนวคิดที่น่าสนใจเรื่อง “มิโซกิ” (Misogi) มาเล่าให้ฟัง
.
เขาเล่าว่าได้รับแรงบันดาลใจจาก Jesse Itzler ผู้ประกอบการและนักวิ่งอัลตร้ามาราธอน เกี่ยวกับแนวคิดนี้ เดิมที Misogi เป็นพิธีกรรมชำระล้างจิตวิญญาณของญี่ปุ่นโบราณ แต่ในบริบทสมัยใหม่ มันคือการตั้งปณิธานที่จะทำ “เรื่องยากระดับโหดหิน” (Epic) เพียงหนึ่งเรื่องในปีนั้น
.
ไม่ใช่แค่เรื่องยากธรรมดา แต่ต้องเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่เสียจนอีกหลายสิบปีข้างหน้า เมื่อคุณมองย้อนกลับมา คุณจะจำได้ทันทีว่า “อ๋อ… นั่นคือปีที่ฉันทำ…….สำเร็จ”
.
ฮอลิเดย์เขียนถึงประสบการณ์ของเขาไว้ว่า:
“…เมื่อผมมองย้อนกลับไปในปี 2025 ผมจะนึกถึงว่า ‘นั่นคือปีที่ผมวิ่งตามเส้นทางมาราธอนต้นฉบับในกรีซ’ ด้วยตัวคนเดียว ในกลางเดือนกรกฎาคม… ผมจะจำการวิ่งท่ามกลางความร้อน 105 องศาฟาเรนไฮต์ วิ่งบนทางลาดชัน… และผมจะจำได้เสมอว่า เมื่อผมชนกำแพง—ทั้งร่างกายและจิตใจร้องขอให้ล้มเลิก—ผมกัดฟันสู้ ผมไม่ยอมแพ้ และผมทำมันจนจบ”
คำถามคือ…ชีวิตกูก็เหนื่อยแล้ว ทำไมเราต้องหาเรื่องใส่ตัวขนาดนั้น?
.
ในทางจิตวิทยา มีแนวคิดที่สนับสนุนเรื่องนี้อย่างชัดเจนครับ หนังสือขายดีระดับ New York Times ชื่อ “The Comfort Crisis” ของ ไมเคิล อิสเตอร์ (Michael Easter) ได้อธิบายไว้ว่า มนุษย์เราวิวัฒนาการมาเพื่อเผชิญกับความยากลำบาก แต่เมื่อโลกปัจจุบันมอบความสะดวกสบายให้เรามากเกินไป สภาพแวดล้อมที่สะดวกสบาย อาหารมาส่งถึงหน้าบ้าน บ้านและสังคมที่ค่อนข้างปลอดภัย ยารักษาโรค โรงพยาบาลที่เข้าถึงได้ไม่ยาก ฯลฯ จิตใจและร่างกายเราจึงอ่อนแอลง
.
อิสเตอร์เสนอว่า การนำความลำบากเข้ามาในชีวิตอย่างตั้งใจ (Voluntary Discomfort) คือกุญแจสำคัญของการมีสุขภาพจิตที่แข็งแกร่งและการค้นพบศักยภาพที่แท้จริง
.
นอกจากนี้ ในมุมมองของประสาทวิทยาศาสตร์ (Neuroscience) ดร.แอนดรูว์ ฮูเบอร์แมน (Andrew Huberman, Ph.D.) เป็นนักประสาทวิทยาศาสตร์ และศาสตราจารย์ประจำภาควิชาประสาทชีววิทยา รวมถึงดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ในภาควิชาจิตเวชศาสตร์และพฤติกรรมศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด มักจะพูดถึงกลไกของ “Dopamine” และ “Anterior Midcingulate Cortex” (aMCC) ว่า เมื่อเราฝืนใจทำสิ่งที่ยาก หรือสิ่งที่เราไม่อยากทำ สมองส่วน aMCC จะขยายตัวขึ้น ซึ่งสมองส่วนนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับ “Willpower” หรือพลังใจในการใช้ชีวิต
.
เพราะฉะนั้นการทำเรื่องยากจึงไม่ใช่แค่เพื่อให้งานสำเร็จ แต่คือการอัปเกรดฮาร์ดแวร์ในสมองของเราให้แข็งแกร่งขึ้น
ความยากในที่นี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นการวิ่งมาราธอนที่กรีซเหมือนฮอลิเดย์ก็ได้นะครับ
.
Misogi ของคุณอาจเป็นเรื่องทางจิตใจหรืออารมณ์ก็ได้
.
“…การเลิกดื่มเหล้าอาจเป็นสิ่งที่คุณจดจำเกี่ยวกับปี 2012 หรือการอ่านหนังสือชุดชีวประวัติ Lyndon Johnson ของ Robert Caro จนจบ… การเรียนภาษาใหม่ หรือการซ่อมแซมความสัมพันธ์ที่แตกร้าว ก็อาจเป็นเรื่องยากที่นิยามปีของคุณได้เช่นกัน”
.
แม้แต่เรื่องเล็กๆ อย่างการเลิกนิสัยแย่ๆ ก็ทรงพลังไม่แพ้กัน ฮอลิเดย์ยกตัวอย่างว่าในปีที่ผ่านมา เขาตัดสินใจเลิกเล่น Reddit เพราะมันกัดกินเวลาและสุขภาพจิต และเขาก็ทำได้สำเร็จ สิ่งเหล่านี้กลายเป็น “หมุดหมาย” ในความทรงจำ
.
หัวใจสำคัญอยู่ที่การ “ทวงคืนอำนาจในการควบคุมชีวิต”
.
เมื่อเราเลือกทำสิ่งที่ยาก เรากำลังประกาศเจตจำนงความตั้งใจอันแน่วแน่ เรากำลังบอกตัวเองว่าเราไม่ใช่เหยื่อของสถานการณ์ หรือเป็นเพียงขอนไม้ที่ลอยตามกระแสน้ำ แต่เราคือกัปตันผู้บังคับเรือที่กล้าฝ่าพายุที่กำลังโหมกระหน่ำ
.
ฮอลิเดย์ปิดท้ายด้วยถ้อยคำของ Seneca นักปรัชญาสโตอิกที่มีชื่อเสียงที่กล่าวไว้อย่างคมคายว่า
.
“คุณผ่านชีวิตมาโดยไร้คู่ต่อสู้… ไม่มีใครจะรู้เลยว่าคุณมีความสามารถแค่ไหน แม้แต่ตัวคุณเอง”
.
ปี 2026 นี้ ผมจึงอยากชวนคุณลองตั้งคำถามกับตัวเองครับ
.
ไม่ใช่คำถามว่า “ปีนี้จะไปเที่ยวที่ไหน” หรือ “ปีนี้จะซื้ออะไร” แต่เป็นคำถามว่า “ปีนี้ ฉันจะทำเรื่องอะไรที่ยากที่สุด?”
.
แน่นอนครับ สิ่งที่จะทำอาจจะทำให้คุณร้องไห้…แต่คุณจะไม่ยอมแพ้ นี่จะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณรู้จักตัวตนในเวอร์ชันที่ไม่เคยเจอมาก่อน สิ่งที่จะกลายเป็นตำนานส่วนตัวที่คุณจะเล่าให้ลูกหลานฟังด้วยความภาคภูมิใจ
.
จงทำเรื่องยากครับ เพราะในความยากนั้น มี “ตัวตนของคุณที่ดีกว่าเดิม” ซ่อนอยู่เสมอ
[ #เก่งแบบเป็ด 🦆 ]
[ Better, Not Done ]
อ้างอิง : หนังสือ The Comfort Crisis : https://s.shopee.co.th/4VWHJvSEgK
หนังสือ : Courage is Calling : https://s.shopee.co.th/3fxAKM2ehm
https://www.hubermanlab.com/episode/how-to-increase-your-willpower-and-tenacity
https://ryanholiday.medium.com/you-should-do-something-really-really-hard-this-year-b5b69a6856a5

Leave a comment