ไปเจอส่วนนี้มาจากหนังสือ “Daily Laws” ของ Robert Greene แล้วอยากแปะทิ้งไว้หน่อย
—
“ต่อไปนี้คือความเชื่อผิดๆ ที่พบบ่อยในสังคมของเรา ซึ่งอาจชักนำให้เราหลงทางได้: ยกตัวอย่างเช่น ในเรื่องหน้าที่การงาน เรามักเชื่อว่าสถาบันการศึกษาที่จบมา คนที่เรารู้จัก และเส้นสายที่เรามี คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในอนาคต
เราคิดว่าการทำผิดพลาด ความล้มเหลว หรือความขัดแย้งใดๆ เป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงในทุกวิถีทาง อีกทั้งเรายังเชื่อว่าต้องรีบเร่งหาเงิน สร้างชื่อเสียง และไต่เต้าขึ้นสู่จุดสูงสุดให้เร็วที่สุด เราวาดฝันว่าการทำงานต้องเป็นเรื่องสนุก ความเบื่อหน่ายเป็นสิ่งเลวร้าย และเราสามารถใช้ทางลัดเพื่อก้าวไปสู่ความเชี่ยวชาญได้
นอกจากนี้ เรายังมีแนวคิดที่ว่าความคิดสร้างสรรค์เป็นพรสวรรค์ตามธรรมชาติที่ติดตัวมาแต่กำเนิด และเรารู้สึกว่าทุกคนมีความเท่าเทียมกัน โดยมองว่าระบบลำดับชั้นนั้นเป็นเรื่องล้าสมัยไปแล้ว
ในแง่ของความสัมพันธ์กับผู้คน เรามักดำเนินชีวิตโดยยึดติดกับความเชื่อที่ว่า เพื่อนและเพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่ชื่นชอบและหวังดีกับเราอย่างแท้จริง
เราหลงคิดว่าคนที่มีพฤติกรรมแย่ๆ มาตลอดนั้นเชื่อถือได้ เพียงเพราะเขาเอ่ยปากว่ากลับตัวกลับใจแล้ว เราเชื่อว่าคนที่แสดงออกอย่างมุ่งมั่นแรงกล้าและเกรี้ยวกราดจะต้องพูดความจริงอย่างแน่นอน และเรายังเชื่ออีกว่าผู้มีอำนาจรวมถึงหัวหน้าของเรานั้น ไม่มีความรู้สึกขาดความเชื่อมั่นในตนเอง (Insecure) แอบแฝงอยู่
เราวาดภาพไว้ว่า คนที่ดูแสนดีและโอนอ่อนผ่อนตามผู้อื่นอยู่เสมอ คงไม่ได้ซ่อนเร้นด้านมืดหรือเล่ห์เหลี่ยมเพทุบายเอาไว้ เราทึกทักเอาว่าคนที่สนับสนุนแนวคิดหัวก้าวหน้าย่อมต้องมีเนื้อแท้ของจิตใจที่ดีงามสอดคล้องกับสิ่งที่พูด และเราก็เชื่อว่าผู้คนจะซาบซึ้งในบุญคุณสำหรับความช่วยเหลือทุกอย่างที่เราหยิบยื่นให้
ในส่วนของตัวเราเอง เราคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องมีความซื่อสัตย์และพูดสิ่งที่อยู่ในใจให้คนอื่นรู้อย่างตรงไปตรงมา เรารู้สึกว่าเป็นเรื่องดีที่จะอวดคุณสมบัติที่ดีที่สุดของเรา ไม่ว่าจะเป็นความเฉลียวฉลาด ความขยันขันแข็ง และอื่นๆ เราคิดว่าหากมีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นกับเรา เราก็เป็นเพียงแค่เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายและไม่มีส่วนต้องรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น แน่นอนว่าเรามองเห็นคนบางประเภทที่หลงตัวเอง ก้าวร้าว ขี้อิจฉา เย่อหยิ่งจองหอง และชอบบงการผู้อื่น แต่เรากลับเชื่อว่าคนเหล่านั้นเป็นเพียงแค่ ‘ปลาเน่า’ ไม่กี่ตัว และตัวเราเองไม่ได้มีนิสัยเสียเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย
สิ่งที่มักเกิดขึ้นก็คือ เมื่อเรายังอายุน้อยและแบกรับความหลงผิดเหล่านี้เอาไว้เต็มบ่า ทันทีที่เราก้าวเข้าสู่โลกแห่งการทำงาน ความเป็นจริงอันโหดร้ายก็จะตบหน้าเราเข้าอย่างจัง เราค้นพบว่าคนบางคนมีอัตตา (Ego) ที่เปราะบาง อีกทั้งยังเจ้าเล่ห์เพทุบาย และไม่ได้เป็นอย่างที่ภายนอกแสดงให้เห็นเลย เราถูกเล่นงานทีเผลอด้วยความเพิกเฉยเย็นชา หรือการหักหลังกันดื้อๆ ของพวกเขา การเป็นตัวของตัวเองและการพูดในสิ่งที่คิดอาจนำพาเราไปสู่สารพัดปัญหาได้ เราเริ่มตระหนักว่าโลกแห่งการทำงานนั้นเต็มไปด้วยเกมการเมืองที่เราไม่เคยได้รับการเตรียมพร้อมให้รับมือมาก่อน
การตัดสินใจเลือกเส้นทางอาชีพบางอย่างที่ขับเคลื่อนด้วยความกระหายเงินทองและความสนใจ นำไปสู่ภาวะหมดไฟทางอารมณ์ ความเสื่อมศรัทธา และทางตันในชีวิต และจากการที่เราไม่มองตนเองอย่างซื่อสัตย์ มัวแต่กลบเกลื่อนข้อบกพร่องและจุดอ่อนของตนเอง เราจึงติดอยู่ในกับดักของวงจรพฤติกรรมที่เราไม่สามารถควบคุมได้ เมื่อวันเวลาล่วงเลยไป พร้อมกับความเข้าใจผิด ก้าวที่พลาด และการตัดสินใจที่เพ้อฝันซึ่งพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ เราอาจกลายเป็นคนที่ขมขื่น สับสน และบอบช้ำในที่สุด“
- Robert Greene (The Daily Laws)
Leave a comment