[ Better, Not Done ]

กับดักชีวิตที่ผมติดหล่มอยู่นานมากคือดันไปหลงผิดอยากมีหางของ “โลมา” ทั้งๆ ที่ตัวเองมีปีกแบบ “เพนกวิน”

หมายถึงอะไร?

ลองจินตนาการว่ามีการแข่งขันว่ายน้ำชิงแชมป์เจ้าสมุทร ผู้เข้าแข่งขันสองราย “โลมา” และ “เพนกวิน” ทั้งคู่คือยอดนักว่ายน้ำที่ปราดเปรียว ว่องไว และดูเหมือนเกิดมาเพื่อเป็นจ้าวแห่งสายน้ำเหมือนกัน แต่ถ้าคุณสังเกตให้ดี คุณจะเห็นความจริงข้อหนึ่งที่ก่อนหน้านี้ผมไม่ทันเห็น

โลมาใช้ “หาง” โบกสะบัดพุ่งไปข้างหน้า
ส่วนเพนกวินใช้ “ปีก” วาดลวดลายใต้ผืนน้ำ

ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? ในเมื่อโจทย์คือการ “ว่ายน้ำ” เหมือนกัน ทำไมธรรมชาติถึงไม่มอบอุปกรณ์ที่ดีที่สุดเพียงหนึ่งเดียวให้กับทั้งคู่?

ในงานเขียนเรื่อง Natural Selection ของ Jonathan B. Losos ศาสตราจารย์ด้านชีววิทยาของสิ่งมีชีวิตและวิวัฒนาการ แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เขาชี้ให้เห็นประเด็นนี้ว่า ธรรมชาติไม่ได้ทำงานเหมือน “วิศวกร” (Engineer) ที่นั่งโต๊ะเขียนแบบแล้วออกแบบสิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบที่สุดจากหน้ากระดาษเปล่า แต่ธรรมชาติทำงานเหมือน “นักประดิดประดอย” (Tinkerer)

ธรรมชาติไม่เคยเริ่มจากศูนย์ แต่เริ่มจาก “ของที่มีอยู่แล้ว”

โลมามีบรรพบุรุษเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีกล้ามเนื้อลำตัวและหางแข็งแรง ธรรมชาติจึงพัฒนาจุดนั้นให้เป็นเครื่องยนต์หลัก ส่วนเพนกวินมีบรรพบุรุษเป็นนก ไม่มีหางที่ทรงพลัง แต่มี “ปีก” ติดตัวมา ธรรมชาติจึงดัดแปลงปีกที่เคยใช้บินบนฟ้า ให้กลายเป็นครีบที่ทรงประสิทธิภาพใต้น้ำแทน

ทั้งคู่ไปถึงเส้นชัยได้เหมือนกัน แต่ด้วยวิธีการที่เคารพต่อ “ต้นทุนเดิม” ของตัวเองอย่างที่สุด

เรื่องของสัตว์สองชนิดนี้สะท้อนปัญหาใหญ่ของมนุษย์เราได้อย่างเจ็บแสบ

เมื่อก่อนผมมักเผลอมองความสำเร็จของคนอื่น คนที่ว่ายน้ำเร็วกว่า รวยเร็วกว่า หรือก้าวหน้าเร็วกว่า แล้วโทษตัวเองว่า “ทำไมถึงไม่มีหางที่แข็งแรงแบบเขานะ?”

พยายามไปลงคอร์สเรียน ไปปรับทักษะ พยายามฝืนสร้าง “หาง” ขึ้นมา ทั้งที่สรีระทางความคิดและจิตวิญญาณของเราถูกออกแบบมาให้มี “ปีก”

ดันไปเสียเวลาไปกับการพยายามเป็น “Perfect Version ของคนอื่น” จนลืมไปว่า เวอร์ชันที่ดีที่สุดของเราอาจจะไม่ได้หน้าตาแบบนั้น ซึ่งมักจะจบด้วยความรู้สึกแย่ๆ และโทษตัวเองว่าไม่ได้เรื่อง ‘ทำไมเราทำเหมือนเขาไม่ได้ละ?’

แต่ที่จริงแล้วสิ่งที่ผมควรทำคือการกลับมาดูว่าตัวเองมีอะไรต่างหาก ต้นทุน ความชอบ ความเชื่อ เครือข่าย เวลา ข้อจำกัด ฯลฯ สิ่งที่เป็นตัวเรา ปีกของเรา อย่าไปโฟกัสที่หางของคนอื่น

ตามหลักการ “Effectuation” (ทฤษฎีผลกระทบ) ของศาสตราจารย์ Saras D. Sarasvathy จาก University of Virginia ที่ศึกษาวิธีคิดของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จระดับโลก เธอพบว่าคนเหล่านี้ไม่ได้เริ่มด้วยการตั้งเป้าหมายสวยหรูแล้ววิ่งหาของที่ขาด เหมือนในตำราบริหารธุรกิจทั่วไป แต่พวกเขาใช้หลักคิดแบบ Bird-in-Hand หรือการเริ่มจากสิ่งที่มีต่างหาก

พวกเขาเลิกถามว่า “ฉันต้องมีอะไรเพิ่ม ถึงจะสำเร็จ?”

แต่กลับมาถามว่า “ณ วินาทีนี้ ฉันมีอะไรอยู่ในมือบ้าง?”

  • Who I am: ตัวตน ความเชื่อ รสนิยมที่ฝังรากลึก
  • What I know: ทักษะ ความรู้ แม้แต่เรื่องแปลกๆ ที่ดูไม่ทำเงิน
  • Whom I know: เพื่อนฝูง คนรู้จัก เครือข่าย

เหมือนกับที่ธรรมชาติทำกับเพนกวินครับ

ผู้ชนะไม่ได้มองหา “สูตรสำเร็จ” แต่มองหา “วัตถุดิบ” ในมือ แล้วปรุงมันออกมาเป็นเมนูใหม่ที่คนอื่นลอกเลียนแบบไม่ได้ เพราะไม่มีใครมีส่วนผสมชุดเดียวกับเขาเป๊ะๆ

Naval Ravikant นักลงทุนและนักคิดร่วมสมัย เคยกล่าวถึงเรื่องนี้ไว้อย่างคมคายในหัวข้อ Specific Knowledge (ความรู้จำเพาะ) ว่า:

“ความรู้จำเพาะ ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะไปลงเรียนคอร์สเพื่อได้มา แต่มันถูกค้นพบจากการไล่ตามพรสวรรค์ตามธรรมชาติ ความสงสัยใคร่รู้ และความหลงใหลของคุณเอง… ไม่ใช่การวิ่งตามเทรนด์งานที่ร้อนแรง หรือสิ่งที่นักลงทุนบอกว่ากำลังมา”

ถ้าเพนกวินมัวแต่ไปเข้าคอร์ส “สร้างหางให้แข็งแรงเหมือนโลมา” ป่านนี้มันคงสูญพันธุ์ไปแล้ว การที่มันรอดมาได้ เพราะมันยอมรับใน “ปีก” ของตัวเอง และใช้ปีกนั้นในแบบที่ไม่มีใครเหมือน

Jonathan B. Losos ปิดท้ายงานเขียนของเขาด้วยตัวอย่างของ “นิ้วโป้งแพนด้า”

รู้ไหมครับว่านั่นไม่ใช่นิ้วจริง แต่เป็นกระดูกข้อมือที่ปูดโปนออกมาเพื่อช่วยให้มันกำไผ่กินได้ มันดูเก้กัง ไม่สมมาตร และถ้าให้วิศวกรออกแบบ เขาคงให้คะแนนติดลบกับโครงสร้างนี้อย่างแน่นอน

แต่มัน “ใช้งานได้” และนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

ชีวิตไม่ได้ต้องการความสมบูรณ์แบบไร้ที่ติครับ ชีวิตต้องการแค่ การดึงศักยภาพจากสิ่งที่มีออกมาใช้แก้ปัญหาตรงหน้าให้ได้

ครั้งต่อไปที่คุณรู้สึกด้อยกว่าเมื่อเทียบกับคนอื่น ให้เตือนตัวเองเสมอว่า อย่าทิ้งปีกของคุณเพื่อไปสร้างหางแบบโลมา เพียงเพราะเห็นว่าเขาว่ายน้ำเร็ว

จงสำรวจ “Bird-in-Hand” ของคุณให้ดี บางทีสิ่งที่คุณมองว่าเป็นข้อจำกัด อาจจะเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่รอให้คุณหยิบมาประดิดประดอย เพื่อสร้างวิถีทางแห่งความสำเร็จ ในแบบที่มีแค่คุณเท่านั้นที่ทำได้

เพราะท้ายที่สุดแล้ว อย่างที่ Martha Graham ตำนานแห่งวงการเต้นรำเคยกล่าวไว้:

“There is a vitality, a life force… that is translated through you into action, and because there is only one of you in all of time, this expression is unique. If you block it, it will never exist through any other medium and be lost.”

“มันมีพลังชีวิต… ที่ถูกส่งผ่านตัวเธอออกมา และเพราะในห้วงเวลานิรันดร์นี้มี ‘เธอ’ เพียงคนเดียว การแสดงออกนี้จึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หากเธอปิดกั้นมันไว้ มันจะไม่ปรากฏขึ้นอีกเลยและจะสูญหายไปตลอดกาล”

ปล่อยให้โลมาเป็นโลมาไป ถ้าเราเป็นเพนกวินก็จงภูมิใจในปีกของตัวเอง


[ #เก่งแบบเป็ด 🦆 ]
[ Better, Not Done ]


อ้างอิง :

บทความของ Jonathan B. Losos อยู่ในหนังสือ “This Idea Is Brilliant” ครับ
https://www-ebsco-com.translate.goog/research-starters/business-and-management/effectuation-theory
https://nav.al/specific-knowledge
https://jamesclear.com/quality-comparison


ไม่พลาดบทความที่จะช่วยให้คุณเก่งขึ้นจาก Producktivity

เพียงกรอก e-mail ที่ลิงก์นี้ -> Subscribe 📮 <-, รับรองไม่มี Spam แน่นอนครับ

Leave a comment