ผมเคยเชื่อว่าชีวิตที่ดีที่สุดคือชีวิตที่ optimize ทุกอย่าง แต่ผมคิดผิด
ทุกนาทีต้องมีความหมาย ทุกสล็อตเวลาต้องถูกจัดสรรให้คุ้มค่าที่สุด ปฏิทินเต็มแน่น ไม่มีช่องว่าง ไม่มีเวลาเปล่า และระบบนี้ก็ “ใช้ได้ดี” มาตลอด ทุกวันมีผลลัพธ์ ทุกสัปดาห์มีความก้าวหน้า ทุกเดือนมีสิ่งที่จับต้องได้
ความสำเร็จที่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้ผมมั่นใจว่ามันจะเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ
จนกระทั่งผมล้มป่วย
ไม่ใช่ป่วยเล็กน้อยแล้วฝืนทำงานได้ แต่ป่วยแบบร่วงน็อคนอนซมอยู่บ้านหลายวัน ลุกขึ้นมาทำอะไรไม่ไหว งานทุกชิ้นต้องวางหมด รูทีนที่เคยเป๊ะเหมือนเครื่องจักรพังไม่เป็นท่า งานที่ลงสล็อตรอไว้อย่างไร้ความยืดหยุ่นล่มเรียงกันเป็นโดมิโน
นอนอยู่บนเตียง ผมนึกถึง “เรื่องไก่งวงวันขอบคุณพระเจ้า” (Thanksgiving’s Turkey) ของ Nassim Nicholas Taleb ขึ้นมาจับใจ
ในหนังสือ The Black Swan เขาเขียนไว้ว่า
“ลองนึกภาพไก่งวงตัวหนึ่งที่ได้รับอาหารทุกวัน ทุกมื้อที่ได้กินจะยิ่งตอกย้ำความเชื่อของมันว่า กฎทั่วไปของชีวิตก็คือการได้รับอาหารทุกวันจากมนุษย์ผู้ใจดีที่ ‘คอยดูแลผลประโยชน์สูงสุด’ ให้กับมัน”
แต่พอผ่านไป 1000 วัน ความมั่นใจของไก่งวงสูงที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา แล้ววันที่ 1,001 ก็มาถึง สิ่งที่มาไม่ใช่อาหาร เป็นวันที่มันถูกนำไปใช้เป็นอาหารในวันขอบคุณพระเจ้าแทน
ที่จริงกว่าร้อยปีก่อนหน้านั้น Bertrand Russell นักปรัชญาชาวอังกฤษ เคยเล่าเรื่องคล้ายกันไว้ใน The Problems of Philosophy (1912) (แต่เขาใช้ไก่ธรรมดาแทนไก่งวง)
“คนที่ให้อาหารไก่ทุกวันตลอดชีวิตของมัน ในที่สุดก็บิดคอมันแทน — แสดงให้เห็นว่า หากไก่ตัวนั้นมีมุมมองที่ละเอียดรอบคอบกว่านี้เกี่ยวกับความสม่ำเสมอของธรรมชาติ มันคงเป็นประโยชน์กับตัวมันมากกว่า”
ประเด็นของ Russell คือ สิ่งที่ “เคยเป็นมาตลอด” ไม่ได้แปลว่า “จะเป็นแบบนี้ต่อไป”
เราแค่ชินกับการเอาอดีตมาทำนายอนาคต แล้วลืมไปว่ามันเป็นแค่การคาดเดา ไม่ใช่หลักประกันหรือการันตี
Taleb หยิบแนวคิดนี้มาต่อยอดอีกชั้น เขาชี้ว่าจากมุมมองของไก่งวง วันที่ถูกเชือดคือเหตุการณ์ที่ช็อกที่สุดในชีวิต แต่จากมุมมองของคนเลี้ยง มันไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์เลย เพราะเขาวางแผนไว้ตั้งแต่แรก
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่วันที่ระบบพัง แต่คือทุกวันก่อนหน้านั้นที่ระบบ “ดูดี” จนเราไม่เคยตั้งคำถามกับมันเลยต่างหาก
ระหว่างที่นอนซมบนเตียง หัวปวดตุ๊บๆ ผมมองย้อนกลับไปที่ชีวิตตัวเอง แล้วเห็นภาพไก่งวงตัวนั้นชัดเจนเลย
ทุกวันที่ระบบ optimize ของผม “ใช้ได้” มันก็ตอกย้ำความเชื่อว่ามันจะใช้ได้ต่อไปเรื่อยๆ ความสำเร็จที่ซ้ำกันทุกวันไม่ได้พิสูจน์ว่าระบบแข็งแรง มันแค่พิสูจน์ว่าระบบยังไม่เจอสิ่งที่มันรับไม่ได้
ชีวิตที่ปฏิทินเต็มทุกช่องดูเหมือนมีประสิทธิภาพสูงสุด แต่จริงๆ แล้วมันคือระบบที่ “เปราะบางที่สุด” (fragile) เพราะไม่มีพื้นที่ให้สิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้โดยไม่ล่มสลาย ไม่ต่างจากไก่งวงที่ “ความมั่นใจสูงที่สุด” ตรงจุดที่มันเปราะบางที่สุด
แต่แล้วก็คิดต่อไปว่า เรื่องนี้ไม่ได้จบแค่ปฏิทินหรือการจัดการเวลาเท่านั้น
มันเป็นกับดักเดียวกันในทุกมิติของชีวิตเลย
คนที่ทำงานประจำมาสิบปีโดยไม่เคยตั้งคำถามว่า “ถ้าวันหนึ่งงานนี้หายไป แล้วจะเป็นอย่างไร?” ก็เป็นไก่งวงเช่นกัน เขามั่นใจว่าพรุ่งนี้จะมีงานทำ เพียงเพราะวันนี้ยังมีอยู่ ทุกเดือนที่เงินเดือนเข้าบัญชีตรงเวลาก็ตอกย้ำความเชื่อนั้นให้แน่นขึ้นเรื่อยๆ จนลืมไปว่าเขาไม่เคยพัฒนาทักษะใหม่ ไม่เคยสร้างทางเลือกสำรอง ไม่เคยถามตัวเองว่ายังมีคุณค่าในตลาดแรงงานอยู่หรือเปล่า
ธุรกิจก็ไม่ต่างกัน บริษัทที่เติบโตมาตลอดสิบปีในสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ยอดขายขึ้นทุกไตรมาส ไม่เคยเจอวิกฤตหนักๆ จึงไม่เคยสร้างแผนรับมือ ไม่เคยเตรียมเงินสำรอง ไม่เคยออกแบบโมเดลธุรกิจให้ยืดหยุ่นพอจะรับแรงกระแทก เมื่อวิกฤตมาถึง ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาด เทคโนโลยีเปลี่ยน หรือคู่แข่งรายใหม่ สิ่งที่เคย “ใช้ได้ดี” มาตลอดก็ล่มสลายภายในไม่กี่เดือน ราวกับไม่เคยมีอยู่
ทั้งคนทำงานประจำที่ไม่เคยเตรียมตัว และธุรกิจที่ไม่เคยเตรียมแผน ล้วนติดกับดักเดียวกัน คือการใช้ความราบรื่นของวันนี้เป็นหลักประกันว่าพรุ่งนี้จะเหมือนเดิม
แต่จำไว้ว่าสิ่งที่ “เคยเป็นมาตลอด” ไม่ได้แปลว่า “จะเป็นแบบนี้ต่อไป”
หลังจากหายป่วย ผมคงต้องจัดตารางชีวิตใหม่ ไม่ให้ตึงเกินไป
สิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่ปริมาณงาน แต่เป็นวิธีคิด ผมเริ่มถามตัวเองว่า “ถ้าพรุ่งนี้ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน ระบบนี้จะยังยืนอยู่ไหม?”
ถ้าคำตอบคือไม่ ระบบนั้นไม่ได้มีประสิทธิภาพ มันแค่ยังไม่เจอวันขอบคุณพระเจ้าเท่านั้นเอง
ผมคงต้องเริ่มเว้นช่องว่างในปฏิทินอย่างตั้งใจ ไม่ใช่เพราะขี้เกียจ แต่เพราะเข้าใจแล้วว่าช่องว่างไม่ใช่พื้นที่ที่เสียเปล่าไม่มีประโยชน์ มันคือพื้นที่กันกระแทกที่ทำให้ระบบไม่แตกเมื่อเจอสิ่งที่ไม่ได้วางแผนไว้
ชีวิตที่มีประสิทธิภาพที่แท้จริงไม่ใช่ชีวิตที่ทุกนาทีถูกใช้อย่างคุ้มค่า แต่คือชีวิตที่ยังยืนอยู่ต่อไปได้ แม้ในวันที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนเลยก็ตาม
เพราะวันขอบคุณพระเจ้าจะมาถึงเสมอ คำถามคือ คุณเป็นไก่งวง หรือคุณเป็นคนที่รู้ว่ามันกำลังจะมาและเตรียมรับมือเอาไว้แล้ว
แหล่งอ้างอิง
https://www.forbes.com/sites/hillennevins/2021/11/24/the-parable-of-the-turkey/
https://www.goodreads.com/quotes/139747-the-man-who-has-fed-the-chicken-every-day-throughout
https://www.goodreads.com/quotes/7341343-consider-a-turkey-that-is-fed-every-day-every-single
https://monadnock.net/russell/problems-6.html
https://en.wikipedia.org/wiki/Turkey_illusion

Leave a comment